ไวรัส RSV โรคฮิตหน้าฝน อาการคล้ายหวัด แต่หนักกว่ามาก

0
441

เข้าสู้หน้าฝน ฤดูที่เรียกได้ว่าเป็นฤดูแห่งการชุมนุมโรคภัยต่างๆ ไวรัส RSV ก็เป้นอีกหนึ่งในโรคฮิตที่เด็กๆ มักจะเป็นกัน ด้วยความที่ชื่อของโรคนี้มันไม่คุ้นหูเอาซะเลย แต่เชื่อไหมคะว่าเจ้าโรคนี้อันตรายมาก เพราถ้าหากว่าเด็กเป็นหนักๆ เข้าก็มีอันตรายถึงชีวิตเลยค่ะ ในเมื่อเจ้าโรคนี้มันร้ายกาจขนาดนี้ วันนี้เรามาทำความรู้จักกับโรคไวรัส RSV นี้ให้มากขึ้นกันนะคะ เพื่อความปลอดภัยของเจ้าของเราค่ะ

RSV

Respiratory Syncytial Virus เชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจ

อาการคล้ายหวัด

มีอาการคล้ายหวัดธรรมดา แต่อาการจะหนักขึ้นเรื่อยๆ อาการที่สังเกตได้ง่ายๆ คือ เหนื่อยหอบ, คออักเสบ, มีไข้, น้ำมูกไหล, หายใจแปลกๆ อาจจะมีอาการตัวเขียว หากเจ้าตัวเล็กเข้าข่ายอาการดังกล่าวให้รีบพาไปหาหมอนะคะ อย่าปล่อยไว้นาน เพราะอาจมีอันตรายได้ถึงชีวิตเลยทีเดียว เพราะ RSV จะทำให้ทางเดินหายใจส่วนล่างอักเสบกลายเป็นอาการปอดบวม หรือหลอดลมอักเสบนั่นเอง

เติบโตดีในหน้าฝน

ไวรัส RSV จะระบาดในสภาวะอากาศที่ชื้นแฉะ ทำให้เจริญเติบโตและระบาดในฤดูฝน มีระยะฟักตัว 2 – 6 วัน ระยะนี้ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูง 39 – 40 องศา ติดต่อกันนานถึง 5 – 10 วัน

ติดต่อง่าย

ไวรัส RSV สามารถติดต่อได้ง่ายมากทั้งจากการสัมผัส น้ำลาย น้ำตา น้ำมูก ลมหายใจ เรียกได้ว่าหากอยู่ใกล้ผู้ป่วยยังไงก็ติดค่ะ มาทุกทางขนาดนี้

ไม่มีวัคซีน ไม่มียารักษาโดยตรง

การรักษาเชื้อ RSV จึงทำได้เพียงรักษาตามอาการเท่านั้น ที่อยากจะแนะนำก็คือ ให้เด็กนั้นดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เสมหะเหนียวและเชื้อไวรัสจะได้ไม่ลงไปที่ปอดค่ะ และควรนอนพักผ่อนบ่อยๆ เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวสัก 2 สัปดาห์ค่ะ

เป็นซ้ำได้นะ

หลังจากที่ติดเชื้อและรักษาจนหายแล้ว ก็มีโอกาสที่จะติดเชื้อซ้ำได้ง่ายมาก เมื่อร่างกายอ่อนแอ จะถูกกระตุ้นให้อาการหอบกำเริบจนทำให้เป็นโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรังในที่สุดค่ะ

ป้องกันเบื้องต้นด้วยการล้างมือบ่อยๆ

ในเบื้องต้นการล้างมือให้สะอาดเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด นอกจากนั้นให้หลีกเลี่ยงการพาลูกไปในที่ๆ คนพลุกพล่านมีเด็กเยอะ เพราะจะเสี่ยงต่อการกระจายเชื้อ

ช่วงนี้ฝนตกอย่างต่อเนื่องจึงทำให้คนเจ็บไข้ได้ป่วยได้ง่าย โดยเฉพาะในเด็กเล็กซึ่งยังมีร่างกายไม่แข็งแรง ยิ่งตอนนี้มีเชื้อไวรัส RSV ต้นเหตุของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจระบาดด้วยแล้ว ยิ่งต้องดูแลสุขภาพของลูกให้มากขึ้นค่ะ

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ข้อมูลจากการเฝ้าระวังเชื้อก่อโรคปอดอักเสบรุนแรงจากโรงพยาบาล 30 แห่งในประเทศไทย ระหว่างปี 2555–2559 พบว่าในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีที่มาด้วยอาการปอดอักเสบรุนแรง 425 ราย มีการติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus: RSV) ร้อยละ 44 (187 ราย) ตรวจพบเชื้อมากในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี และเสียชีวิต 9 ราย

โดยเชื้อไวรัสอาร์เอสวีมักพบได้บ่อยในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับฤดูกาลระบาดของไข้หวัดใหญ่ เชื้อไวรัสจะมีชีวิตอยู่ภายนอกร่างกายได้หลายชั่วโมงโดยอาศัยอยู่ตามวัตถุต่างๆ และแพร่กระจายได้ง่ายผ่านการไอหรือการจาม

ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะแสดงอาการหลังสัมผัสถูกเชื้อไวรัสในระยะเวลา 4-6 วัน ผู้ติดเชื้อจะเริ่มตั้งแต่มีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น ไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ จนถึงอาการรุนแรง เช่น หายใจเร็ว หอบเหนื่อยเนื่องจากปอดอักเสบ กินข้าวได้น้อย ซึมลง การรักษาส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาการ

ในปัจจุบันไวรัส RSV ยังไม่มีวัคซีนป้อง จะรักษาตามอาการเท่านั้น แต่เราสามารถป้องกันโรคได้ด้วยการล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการอยู่กับผู้ติดเชื้อ (ป้องกันการติดเชื้อผ่านน้ำมูก น้ำลาย) ไม่ควรใช้แก้วน้ำร่วมกับผู้อื่น และทางโรงเรียนควรทำความสะอาดสนามเด็กเล่นอยู่เสมอ 

หากลูกมีอาการป่วยควรให้ลูกหยุดเรียน และปิดปากเมื่อไอหรือจาม ควรดื่มน้ำมากๆ เพื่อเพิ่มความเจือจางในเสมหะหรือน้ำมูก ทำให้หายใจสะดวกขึ้น แต่ถ้าลูกอาการไม่ดีขึ้น เช่น ไอมาก หอบเหนื่อย กินข้าวได้น้อยลง ควรพาไปพบแพทย์ทันที

อ้างอิงจาก

  • กรมควบคุมโรค

Comments

comments